Options

Content elements:
Slideshow background:
Bottom:
Footer:
Link Color:
Color suggestions:
Header Style:
Google Fonts
expand

ความเป็นมาของอาคารรำไพพรรณี

ความเป็นมาของอาคารรำไพพรรณี
ใน พ.ศ. ๒๕๑๔ กรมโยธาธิการได้ก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กรูปตัวแอล (L) สูง ๖ ชั้น (ชั้น ๖ เป็นดาดฟ้า) บริเวณด้านหลังอาคารอนุรักษ์ เพื่อใช้เป็นสำนักงานรองรับการขยายตัวของกรม ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๔๓ กรมโยธาธิการสร้างสำนักงานแห่งใหม่บริเวณถนนพระราม ๖ และได้ย้ายหน่วยงานต่างๆ ไปอยู่ที่สำนักงานแห่งใหม่
ใน พ.ศ. ๒๕๔๔ สถาบันพระปกเกล้าได้รับมอบสิทธิการเช่าอาคารอนุรักษ์และพื้นที่ทั้งหมด ของกรมโยธาธิการจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและ พิพิธภัณฑ์ด้านการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้าได้หารือร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ร่วมกัน ทั้งสองหน่วยงานเห็นชอบกับความคิดดังกล่าว จึงได้นำเรื่องนี้เสนอที่ประชุมสภาสถาบันพระปกเกล้าเมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ที่ประชุมสภาสถาบันฯ ได้ให้ความเห็นชอบ ดังนั้น ในวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๔๖ สถาบันพระปกเกล้าได้จัดประชุมหารือร่วมระหว่าง ๓ หน่วยงานเพื่อจัดสรรการใช้พื้นที่อาคารดังกล่าว จากนั้นวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ทั้ง ๓ หน่วยงานลงนามในบันทึกข้อตกลงการใช้พื้นที่ร่วมกัน โดยมีแนวคิดและสาระสำคัญ ดังนี้

         “... สถาบันพระปกเกล้า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตระหนักถึงความสำคัญของการเผยแพร่ความรู้ด้านการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยสู่ประชาชน โดยผ่านสื่อและกิจกรรมรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมีความเป็นปึกแผ่น และยั่งยืน หน่วยงานทั้ง ๓ ฝ่ายจึงได้ทำข้อตกลงการใช้พื้นที่อาคาร ๕ ชั้น ... ให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นกลุ่มพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการเมืองการ ปกครองของไทย อันจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าชมที่สามารถเยี่ยมชมและศึกษา ค้นคว้าหาความรู้จากพิพิธภัณฑ์ทั้ง ๓ แห่งในสถานที่เดียวกัน ... ให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นผู้เสนอของบประมาณในการออกแบบ ปรับปรุง และตกแต่งอาคาร ๕ ชั้นเพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมกัน ... โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ สนับสนุน ...”

การออกแบบปรับปรุงอาคาร
           นายเดโช สวนานนท์ กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้าและประธานคณะกรรมการพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปก เกล้าเจ้าอยู่หัวในขณะนั้นเห็นว่า แนวคิดที่จะใช้พื้นที่แห่งนี้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ เป็นเรื่องสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง จึงได้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิพิธภัณฑ์ฯ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๖ ที่ประชุมมีมติให้แต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการควบคุมการออกแบบปรับปรุงอาคารเพื่อจัดทำพิพิธภัณฑ์” โดยมี ดร.สุวิชญ์ รัศมิภูติ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่ให้คำแนะนำการออกแบบรายละเอียดเพื่อจัดทำ พิพิธภัณฑ์ทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งแนะนำปรับปรุงแก้ไขการออกแบบให้ถูกต้อง

รูปแบบและพื้นที่ใช้สอย
             เป็นอาคารสมัยใหม่ ๖ ชั้น โดยต่อเติมลักษณะภายนอกให้มีความกลมกลืนกับอาคารพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระ ปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นอาคารอนุรักษ์
   ชั้น ๑ ศูนย์ข้อมูลพระปกเกล้าศึกษา ห้องเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และลานจอดรถ
   ชั้น ๒ พิพิธภัณฑ์รัฐสภา สำนักงาน ห้องจัดแสดงรถยนต์พระที่นั่งของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี และลานอเนกประสงค์
   ชั้น ๕ สำนักงานพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และห้องประชุม
   ชั้น ๖ ห้องประชุมใหญ่และห้องรับรอง

 
การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย “รำไพพรรณี” เป็นชื่ออาคาร
           เมื่อดำเนินการปรับปรุงตกแต่งอาคารใกล้แล้วเสร็จ คณะกรรมการพิพิธภัณฑ์ฯ ได้หารือเรื่องชื่ออาคารและพิธีเปิดอาคาร เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ดังนั้น สถาบันพระปกเกล้าจึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญ
             พระนามาภิไธย “รำไพพรรณี” เป็นชื่ออาคารพิพิธภัณฑ์เพื่อคู่กับอาคารพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว และได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่ออาคารที่ปรับปรุงใหม่ว่า “อาคารรำไพพรรณี” ตามที่ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการนี้ สถาบันพระปกเกล้าได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารรำไพพรรณีและพิพิธภัณฑ์ที่ จัดแสดงภายในอาคารทั้ง ๒ แห่ง ในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๑

Scroll to Top
[ Reset Settings ]